ตรวจการบ้านคนการเมือง_กรณีกัมพูชา

คอลัมน์ ตรวจการบ้านคนการเมือง:

“ในระยะยาวมันเสียกันทั้งคู่”

เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไม่มีใครรู้ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาจะจบลงอย่างไร “ทีมการเมืองเดลินิวส์” ได้สัมภาษณ์ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านงานต่างประเทศ ถึงแนวโน้มและทางออกของปัญหาตตตมองปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อย่างไร

เป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงว่าจะบานปลายถึงขนาดนี้ ในการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่ในการขานรับและประพฤติที่ไม่เหมือนกับรัฐบุรุษที่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นเรื่องที่ผมค่อนข้างตกใจว่าท่านกล้าเสี่ยงในการร่วมมือกับพ.ต.ท.ทักษิณ โดยตั้งใจที่จะโค่นล้มรัฐบาลไทย เป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงเพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือประเทศไทยอย่างเดียว แต่จะเกี่ยวโยงกับฐานะของเขมรในความสัมพันธ์ในอาเซียนด้วย ซึ่งอาเซียนจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับเอเปกและประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ผมแปลกใจมากว่าเขากล้าเสี่ยงผลประโยชน์และภาพลักษณ์ของประเทศชาติของเขาขนาดนี้ ผมคิดว่าทุกคนในอาเซียนก็รู้สึกเป็นห่วงกันทุกประเทศ ตอนนี้ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นแล้วที่องค์กรอาเซียนหรือสมาชิกอาเซียนต้องลงมาแก้ไขเพราะการกระทำอันนี้เป็นการกระทำที่ผมคิดว่ามันมาจากประโยชน์ทางการเมืองในเขมร ที่มองว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ตรงไปตรงมากับปัญหาปราสาทพระวิหาร หรือไม่เคารพกติกาของสหประชาชาติ ศาลโลก

ประเด็นสำคัญคือประเทศไทย รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีท่าทีตอบโต้เขมรในครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง เช่นการประกาศถอนทูตกลับประเทศ ผมว่ามันแรงไปหน่อย และการประกาศว่าจะยกเลิกเอ็มโอยูก็เป็นมาตรการที่ค่อนข้างรุนแรงในทางการทูต แต่ถ้ามองแล้วก็เป็นการเมืองที่ประชาชนไทยสนับสนุน ซึ่งผมต้องคิดว่ามันจำเป็นที่ทั้งสองประเทศต้องถอยกลับ สักนิด เพราะผมไม่อยากเห็นการขยายมาตรการ ที่รุนแรงอื่น ๆ ตามมา เพราะมันจะสูญเสีย ทั้งคู่ตตตปัญหาคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเคลื่อนไหวอยู่ ทำให้โอกาสที่ทั้งสองประเทศจะถอยยังไม่มี ทิศทางมันน่าจะไปข้างหน้ามากกว่า คือจะรุนแรงขึ้นมากกว่าที่จะถอย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สนใจแล้วว่าประเทศไทยหรือคนไทยและเขมร จะกระทบกระเทือนกันอย่างไรตตตคนไทยสงสัยว่าสมเด็จฮุนเซน ช่วยพ.ต.ท.ทักษิณทำไมหรือ สมเด็จฮุนเซน คิดแล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก จะได้สานสัมพันธ์ระยะยาว

ท่าทีเป็นอย่างนั้นนะ แต่ก็มีเรื่องบันดาลใจอื่นด้วย สมเด็จฮุน เซน ถูกคนไทยโจมตีทั้งในและนอกสภามาหลายเดือน ตั้งแต่กรณีที่รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปตกลงเรื่องเขาพระวิหาร ซึ่งเขากระทบกระเทือนมากว่าเราไปด่าว่าเขาทุกวัน และรัฐบาลเราก็มาจากการประท้วงเรื่องปราสาทพระวิหาร และการแก้ปัญหาปราสาทพระวิหารก็เดินต่อตามที่ได้เคยประกาศไว้ว่าจะไม่ยอมให้เขมรขึ้นทะเบียนบริหารฝ่ายเดียว ซึ่ง สมเด็จฮุนเซน คงรับไม่ได้จึงเป็นสิ่งบันดาลใจอย่างหนึ่ง และผมก็ไม่ทราบว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยไปพูดอะไรกับสมเด็จฮุนเซน

อย่าลืมว่าในรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาลที่ไม่มีความสัมพันธ์ในหลายชั้นกับประเทศอื่น ๆ คุณอภิสิทธิ์ มองความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างตรงไปตรงมา ทำงานผ่านรัฐมนตรี และหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากเปรียบเทียบกับ พ.ต.ท.ทักษิณที่เขาใช้หลายชั้นกับประเทศพม่าก็ให้ลูกชายไปร่วมทุนกับลูกชายของนายกรัฐมนตรีพม่า มันมีอะไรทับซ้อนกันเยอะมาก ซึ่งผมไม่ได้หมายความว่าคุณอภิสิทธิ์ ควรทำอะไรทับซ้อนในแบบที่มันเป็นเรื่องไม่โปร่งใสหรือมีผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างนี้ แต่ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านต้องอาศัยหลายชั้นทั้งระดับความมั่นคง การค้า ระดับประชาชนซึ่งรัฐบาลนี้ไม่มี

อย่าลืมว่าในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ซึ่งมี พล.อ.ชวลิต เป็นรมว.มหาดไทย ทางสมเด็จฮุนเซน เคยกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณว่าตั้งใจสนับสนุนการรัฐประหารในกัมพูชา โดยสมเด็จฮุนเซนบอกกับผมว่าการกระทำดังกล่าวตั้งใจจะเอาให้สมเด็จฮุนเซนตายเลย ซึ่งครั้งนั้นมีคนไทยถูกจับไป 31 คน เพราะไปตัดเส้นสายโทรคมนาคมต่าง ๆ เพื่อจะช่วยอดีตรัฐมนตรีมหาดไทยกัมพูชาร่วมกับตำรวจอีก 500 คน ขึ้นมาทำรัฐประหาร ผมเข้าใจว่าเป็นความขัดแย้งกันในเรื่องธุรกิจโทรคมนาคมโดยมีการอ้างถึงบริษัทไอบีซีซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าของว่าเป็นผู้จ่ายเงิน ซึ่งเรื่องนี้นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ซึ่งเป็นตัวแทนสาขาไอบีซีในกัมพูชารู้เรื่องดี พอพ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น สถานทูตไทยโดนเผา 2 ครั้ง บริษัทเอไอเอสโดนเผา บริษัทไทย 38 แห่งโดนเผาหมดแต่บริษัทมาเลเซียซึ่งอยู่ข้าง ๆ ไม่โดนเลย ที่ผิดสังเกตคือว่าทุกคนที่ไป ลงทุนในเขมร ต่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้บังคับบัญชา นายกฯ รองนายกฯ แต่ไม่มีใครรับโทรศัพท์เพื่อมาช่วยเหลือ เหมือนกับตั้งใจให้เหตุการณ์เกิดขึ้น เหมือนกับต้องการสั่งสอนอะไรบางอย่าง แต่ 1 ปีหลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กับสมเด็จฮุนเซนก็มาพบกันที่เสียมราฐ จุดนี้ถือว่าสำคัญ มีการเปลี่ยนท่าทีประนีประนอม จากนั้นก็มีการอุดหนุน สนับสนุนกันมาเพราะเขมรไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวย ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างประเทศรวมถึงไทยด้วยตตตรัฐบาลควรรับมืออย่างไรกับปัญหาในขณะนี้

ผมไม่สามารถคิดได้เลยว่าคุณอภิสิทธิ์จะทำอย่างอื่น นอกจากในสิ่งที่ท่านทำ ต่อไปนี้อาจจะเห็นว่าคุณอภิสิทธิ์ จะใช้มาตรฐานขององค์กรสากลในภูมิภาคนี้เป็นผู้ดำเนินการ เพราะหากทำมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศและสิ่งที่เคยได้มาในการสนับสนุนและการยอมรับอาจจะลดลง เมื่อผู้ส่งออก ผู้ผลิตสินค้า หรือการท่องเที่ยวมีรายได้ลดลง เมื่อเขาเดือดร้อนก็กระทบกับรัฐบาล เรื่องนี้อาจจะต้องมองโดยสายตาของคนที่มีสติหน่อย ถ้าเขาอยากจะคบค้าสมาคมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่คืนพ.ต.ท.ทักษิณก็ปล่อยให้เขาอยู่กันไป แต่ถ้าเขาทั้งสองเริ่มมีนโยบายที่จะเป็นพิษเป็นภัยกับไทย ถือเป็นขั้นที่ 2 ที่เราอาจจะต้องเริ่มคิดว่าเราจะต้องทำอะไร เพราะวันนี้เขายังไม่ได้ทำอะไรให้เราเสียหาย นอกจากทำให้เราเสียหน้าถ้าเราคิดต่อไปถึงฉากที่เป็นไปได้ หากสมมุติว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดสำนักงานที่กัมพูชา มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง และประกาศสู้รบจากประเทศเขมร ชักใยกลุ่มคนเสื้อแดง ถ้าสมเด็จฮุนเซน อนุญาตให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น อนุญาตให้เปิด sms ของพ.ต.ท. ทักษิณ ให้มีการถ่ายทอดภาพเสียงออกมาในม็อบเสื้อแดง ออกทีวีเสื้อแดงทุกวัน อันนี้จะถือว่าเป็นภัยมีปัญหาแน่ รัฐบาลก็ต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไร แต่ผมหวังว่าจะไม่ไปถึงขั้นนั้นตตตระหว่างรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กับพ.ต.ท.ทักษิณ คิดว่าใครกำลังนับถอยหลัง

ในระยะยาวมันเสียกันทั้งคู่ตตตพล.อ.ชวลิต พยายามเดินเกมปลุกประเทศเพื่อนบ้าน เช่นพม่า พม่าเขาไม่เอาด้วยแน่นอน เพราะทุกวันนี้ปัญหาในประเทศของเขาเองก็แย่อยู่แล้วและมาเลเซียก็ไม่เอาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เราควรให้ความสำคัญของปัญหาปราสาทพระวิหารน้อยกว่านี้ เพราะถ้าจะเอาเป็นเอาตายในเรื่องนี้แล้วไม่พูดถึงเรื่องอื่น ๆ ผมว่าเราคือประเทศไทยไปไม่รอด การปลุกกระแสรักชาติ สามารถทำได้ง่าย แต่ไปไม่ได้ตลอดตตตรู้สึกดีใจหรือไม่ที่คนไทยได้รับการยอมรับจากประเทศเพื่อนบ้านในการตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

ในสมัยที่ รสช. ทำการปฏิวัติรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ สมเด็จฮุนเซน ให้คนติดต่อมาที่ผมบอกว่าจะช่วยเหลือให้ผมไปอยู่ที่เขมร ไม่ว่ารัฐบาลไทยจะว่าอย่างไรเขายืนยันว่าจะปกป้อง เขาบอกให้ผมไปที่เกาะกง และให้ผู้ว่าฯเกาะกงมารับตัวผมโดยเขาคิดว่าผมเป็นเพื่อนที่เคยช่วยเหลือกันมาก่อน ซึ่งเป็นบุคลิกของสมเด็จฮุนเซนที่เป็นคนมีน้ำใจต้องการช่วยเหลือเพื่อนจริง ๆ แต่ผมคิดว่าเรื่องอะไรที่ผมจะสร้างปัญหาระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเขมร ผมเลยตัดสินใจเดินทางไปมาเลเซียจน เดินทางไปถึงลอนดอน และให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับแรก.