สัมภาษณ์พิเศษประชาชาติธุรกิจ

ผมเพิ่งเข้ามาแค่ 2 ปีคิวรัฐมนตรียังอีกไกล
ประชาชาติธุรกิจ 13-15 ก.ค.52 สัมภาษณ์พิเศษ

2 ปีก่อน ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บุตรชาย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ เดินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่กระแสภาคอีสานในพรรค ปชป.ตกต่ำอย่างไม่เคยปราฏมาก่อน

วันนี้ อาจารย์โต้งยังคงต้องทำงานหนักต่อไป ในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำพาพรรค ปชป.เจาะตลาดภาคอีสานให้จงได้ ซึ่งเขาบอกว่า “ไม่ใช่เรื่องง่าย”

ประชาชาติธุรกิจสนทนากับไกรศักดิ์ในหลายประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

– เป็นหนึ่งในแกนนำดูแลภาคอีสานของพรรค ปชป. คิดว่าการลงพื้นที่บุรีรัมย์ ของนายกฯ คุ้มค่าหรือเปล่า

เรื่องนี้ได้ประเมินกันแล้วทั้งท่านนายกฯและท่านเลขาฯพรรคว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะนายกฯควรจะไปได้ทุกจังหวัด ผมเองก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร แต่ไม่ว่าการเยือนจังหวัดไหน นายกฯต้องไม่ใช่ไปแค่หาคะแนน แต่ต้องลงไปรับรู้ ข้อมูลจริงๆ

ไม่ใช่ว่าไปแค่ให้คุณเนวิน (ชิดชอบ) จัดฉากให้หัวคะแนนมาพูดสัมผัสกับนายกฯเพียงอย่างเดียว แต่นายกฯต้องสัมผัส ชาวบ้านด้วยตัวท่านเอง สัมผัสนโยบายต่างๆ ด้วยตัวเองจริงๆ ทั้งเรื่องการศึกษาฟรี การรักษาฟรี หรือนโยบายการประกันราคาสินค้า หรือการถามประชาชนโดยตรงว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เรื่องการปฏิรูปที่ดิน รวมถึงเรื่องอื่น ถ้าทำได้อย่างนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีและคุ้มค่า

และผมหวังว่าคนบุรีรัมย์จะพูดเรื่องจริง มีอะไรในใจที่เกี่ยวกับรัฐบาล หรือมีอะไรเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะแลกเปลี่ยนกันอย่างตรงไปตรงมา

– แต่ปัญหาการเจาะภาคอีสานของ ปชป. ไม่ใช่เรื่องง่าย

ต้องเจาะที่นโยบาย (ครับ) แต่ยอมรับว่าต้องใช้เวลา ผมเคยอยู่กับ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตหัวหน้าพรรค ชาติไทย อดีตนายกฯภาคอีสานคนแรกๆ ซึ่งก็เป็นประเด็นสำคัญอันหนึ่งนะ เพราะประชาชนชาวอีสานส่วนใหญ่อยากได้ผู้นำจากภาคอีสาน ไม่ใช่จากภาคอื่น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ลำบากพอควร เพราะคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) ก็ไม่ใช่คนอีสาน และไม่มีฐานที่ภาคอีสาน

ดังนั้น หน้าที่รัฐบาลในการสร้างฐานขึ้นมาใหม่ในภาคอีสาน แข่งกับภาพมายาที่ คุณทักษิณ (ชินวัตร) สร้างไว้ คงแข่งยากมาก เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยและโลกตกต่ำ เอาเงินมาแจกสุรุ่ยสุร่ายเหมือนสมัยคุณทักษิณไม่ได้

แต่เป็นไปได้มากที่สุด ประชาชนจะได้ประโยชน์จากนโยบายการเกษตร การศึกษา หรือสาธารณสุข เป็นต้น แต่แน่นอน ต้องใช้เวลา แล้วเราก็เป็นพรรคที่อดทนกับกาลเวลาได้

– ต้องใช้เวลานานแค่ไหน

ผมคงคาดคะเนไม่ได้หรอก แต่แน่นอน ถามว่าถ้าไม่เจาะที่นโยบาย จะไปใช้ อย่างอื่นได้ยังไง ใช้เงินซื้อเสียงเหรอ ผิดกฎหมายครับ ไม่มีทางเลือกทางอื่น ถามว่าจะไปนอนแบบที่อาจสามารถ นุ่งผ้าขาวม้างั้นเหรอ อันนั้นก็เป็นวิธีหนึ่ง แต่มันผิวเผินชั่วคราว อาจจะได้ภาพมายาในบทขยาย ซึ่งต้องยอมรับว่าคุณทักษิณกล้าทำ แต่คุณอภิสิทธิ์อาจจะละอายตัวนิดๆ ที่จะต้องทำถึงขนาดนั้น (หัวเราะ)

– ปัญหาความไม่เป็นเอกภาพของแกนนำภาคอีสานมีส่วนมากน้อยแค่ไหน ล่าสุดก็มีกรณีคุณเนวิน

พูดจริงๆ (นะ) การที่พรรคไม่ส่งแข่งเลือกตั้งซ่อมในภาคอีสาน เป็นการแสดงความยืนยันว่าเราร่วมมือกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเรารู้ว่าไม่สามารถอยู่เป็นรัฐบาลได้ ถ้าเราขัดแย้งกันในช่วงการ เลือกตั้ง

แน่ล่ะ คนมีอาชีพเป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์ในภาคอีสานมานาน อาจจะไม่พอใจว่าทำไมต้องไปบุรีรัมย์ แต่ส่วนตัวผมมองว่าเป็นของธรรมดา และไปที่บุรีรัมย์ยิ่งดีใหญ่ เพราะว่าเป็นจังหวัดที่เราก็เคยสู้กับคุณเนวินมาก่อน เราอาจจะได้ความรู้ว่าทำไมคุณเนวินถึงมีคะแนนนิยมมากนักใน จังหวัดนี้ (หัวเราะ)

พรรคอาจจะได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง พูดจริงๆ นะ ตั้งแต่มีการร่วมรัฐบาลกับ คุณเนวินมา ก็เหมือนว่ายกส่วนภาคอีสานให้คุณเนวินหรือพรรคภูมิใจไทยไป ผมก็ต้องยอมรับเรื่องนี้ด้วย

แต่ส่วนพื้นที่ที่เหลือ เราก็จะต้องจัดสรรคนเข้าไปแข่งขันในเมืองใหญ่ เช่น ขอนแก่น โคราช สุรินทร์ เป็นต้น ซึ่งถ้าในที่สุดแล้ว หากมีการยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ ผมคิดว่าบางจุดพรรคประชาธิปัตย์ต้องสู้กับคุณเนวินด้วยซ้ำไป

แต่ในช่วงนี้ เราอยากประคับประคองด้านการเมือง บริหารประเทศให้พ้นวิกฤต ผมคิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีสายสัมพันธ์ในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมจริงๆ และจริงใจต่อกันและกัน

ถามว่าจริงใจแค่ไหน ถ้ามีรูปแบบเก่าๆ ออกมาว่าลำไยหายไปพันล้าน หรือกรณีรถเมล์เอ็นจีวีกระแทกเข้ามา อย่างนี้ก็ไปกันไม่รอดเหมือนกัน

ฉะนั้น ผมคิดว่า ในด้านกลับกัน เขาต้องปรับตัวเข้ากับนโยบายของท่านนายกฯมากกว่า และถ้าไม่ยอมกันจริงๆ ก็จบ เลือกตั้งใหม่

– มองกรณีคุณกษิต ภิรมย์ อย่างไร

เมื่อเร็วๆ นี้มีการประชุม จี 8 หัวหน้าองค์กรการค้าระหว่างประเทศให้สัมภาษณ์ว่า เศรษฐกิจโลกยังไม่พ้นวิกฤต อาจจะยังไม่ถึงที่สุดด้วยซ้ำ ฉะนั้น ถ้าผมเป็นคุณอภิสิทธิ์ ฟังอย่างนี้แล้ว ผมก็ต้องระมัดระวังเรื่องภาพพจน์ เรื่องรัฐมนตรีเช่นกัน

เพราะช่วงนี้เรามีส่วนร่วมตัดสินใจในภูมิภาคนี้ เช่น ประชุมอาเซียน แต่ตราบใด กฎหมายมีช่องทางให้คุณกษิตเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยต่อไป ท่านก็ต้องทำงานให้ประเทศต่อไป

ประเด็นต่อมา คือการกล่าวหาคุณกษิตว่าเป็นผู้ก่อการร้าย รุนแรงเกินเหตุ เพราะคุณกษิตร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ท่านเป็นวิทยากรประจำ ทำตามสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญให้มาตลอด

ท่านไม่ชอบคุณทักษิณ เห็นว่าคุณทักษิณเป็นพิษเป็นภัยกับประเทศ ซึ่งผมก็คิดคล้ายๆ ท่าน ก็ใช้สิทธิ์ประท้วงในรูปแบบนักวิชาการบอกความจริงให้กับประชาชนรับรู้บนเวทีมากกว่า

– แต่ถ้ารัฐมนตรีมีคดีเป็นชนักติดหลัง น่าเป็นห่วงหรือเปล่า

ถ้าเรื่องไปถึงศาล ก็คงต้องเป็นวิจารณญาณของคุณกษิตเอง แต่ผมขอเรียนว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะไปถึงศาล เพราะการกล่าวหารุนแรงเกินเหตุ

– จริงหรือเปล่าว่า ถ้าคุณกษิตไขก๊อก อาจารย์อาจจะได้รัฐมนตรีต่างประเทศแทน

ไม่เลย ผมเพิ่งเข้ามาในพรรคได้ไม่นาน บางคนอยู่กันเป็นสิบๆ ปี กว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี คุณกษิตท่านก็ใกล้ชิดกับคุณอภิสิทธิ์มายาวนาน และท่านแสดงให้เห็นว่าท่านจริงใจต่อพรรค แต่ผมเข้ามายังไม่ถึง 2 ปีเลย บางคนอยู่มา 20 ปี ยังไม่ได้เป็นเลย (หัวเราะ)

ฉะนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และความไว้วางใจของท่านนายกฯ กับรัฐมนตรีต่างประเทศ เพราะนายกฯกับ รมว.ต่างประเทศเหมือนฝาแฝด ต้องไปด้วยกันในเวทีสากล ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ฉะนั้น ต้องเป็นบุคคลที่ท่านนายกฯไว้วางใจ 100 เปอร์เซ็นต์

– มองการเคลื่อนไหวของทักษิณ อย่างไร

คงเป็นเฮือกสุดท้ายแล้ว แต่อยากจะขอร้องให้หยุดการเคลื่อนไหว เพราะมันไม่มีประโยชน์ แม้จะเลือกตั้งใหม่แล้วพรรคเพื่อไทยกลับมา รัฐบาลของคุณทักษิณก็คงไม่สามารถเปลี่ยนคำตัดสินของศาลได้ เพราะทุกอย่างมีมูลข้อเท็จจริงอยู่ ถ้าคุณทักษิณอยู่เฉยๆ ไม่เคลื่อนไหวให้ประเทศเดือดร้อนไปมากกว่านี้ จะเป็นสิ่งดีต่อตัวท่านเอง ต่อพรรคด้วย

แต่ถ้าไม่ ความตึงเครียดในสังคมไทยก็จะยังดำรงอยู่ไม่รู้จบ ซึ่งถามว่ามีทางออกมั้ย พูดตรงๆ ก็คือขึ้นอยู่กับคุณทักษิณเพียงคนเดียวจริงๆ

–จบ–