แถลงการณ์AIPMC

เรียกร้องผู้นำอาเซียนกดดันพม่าปล่อยตัวอองซานซูจี

กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อประชาธิปไตยในพม่าในไทยเรียกร้องผู้นำอาเซียนและประชาคมโลกกดดันทางการพม่าให้ปล่อยตัวนางออง ซานซูจี

กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อประชาธิปไตยในพม่าในไทยเรียกร้องผู้นำอาเซียนและประชาคมโลกกดดันทางการพม่าให้ปล่อยตัวนางออง ซานซูจี การดำเนินคดีและไม่ให้อิสรภาพแก่นางซูจีโดยไม่ให้ความเป็นธรรม มีแต่จะเพิ่มความขัดแย้งและปิดกั้นหนทางในการพัฒนาประชาธิปไตยในพม่า

กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อประชาธิปไตยในพม่า ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกรัฐสภาในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ติดตามและสนใจการพัฒนาทางการเมืองในพม่าต่างแสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อกรณีที่นางออง ซานซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถูกทางการพม่าจับกุมตัวไปสอบสวนในเรือนจำอินเส่น ในเวลาเช้าของวันที่ 14 พฤษภาคม พร้อมด้วยผู้ติดตามอีก 2 คน โดยมีการตั้งข้อกล่าวหาว่านางซูจีติดต่อกับบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญอันเป็นการละเมิดกฎหมายการคุ้มครองความปลอดภัยของรัฐ (State Protection Act) ในมาตรา 22 ซึ่งมีบทลงโทษคือการจำคุก 3-5 ปี และ/หรือปรับเงินจำนวน 5,000 จ๊าด โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทางการพม่าจับกุมนายจอห์น วิลเลียม เยียททอว์ ที่ว่ายน้ำข้ามทะเลสาปอินยาและเข้าไปแอบอยู่ในบ้านของนางซูจี

ถึงแม้จะมีรายงานว่านางซูจีได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าชายผู้นี้เป็นผู้บุกรุกอย่างผิดกฎหมายแล้วก็ตาม โดยในขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถระบุได้ว่านางซูจีและผู้ติดตามที่ถูกนำตัวไปสอบสวนพำนักอยู่ที่ใดและปลอดภัยหรือไม่ ทั้งนี้ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญและต้องจับตามอง เนื่องจากในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นช่วงที่ระยะเวลาการควบคุมตัวนางซูจีกำลังจะสิ้นสุดลงตามกำหนด 6 ปี แต่ปรากฏว่าทางการพม่าได้ปฏิเสธการยื่นอุทธรณ์ของนางซูจีเพื่อคัดค้านการกักตัว เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา นางซูจีถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้านของเธอมานานกว่า 19 ปีแล้วและยังมีปัญหาทางสุขภาพอีกด้วย ในการนี้ กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อประชาธิปไตยในพม่าจึงเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียน ผู้แทนรัฐบาลทั่วโลก และเลขาธิการสหประชาชาติร่วมกันใช้มาตรการต่างๆ อย่างจริงจังเพื่อให้ทางการพม่าให้ปล่อยตัวนางออง ซานซูจี โดยทันที เพราะยิ่งทางการพม่าริดรอนสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของนางออง ซานซูจี รวมทั้งนักโทษทางการเมืองและชนกลุ่มน้อยต่างๆ เท่าใด ยิ่งขัดแย้งต่อการพัฒนาประชาธิปไตยและการปกครองด้วยธรรมาภิบาล และทำให้หนทางที่การเลือกตั้งในพม่าในปี 2553 จะเป็นการเลือกตั้งที่มีส่วนร่วมและเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนยิ่งตีบตันลง อันจะส่งผลให้การเป็นประชาคมอาเซียนที่มีเสถียรภาพและการเคารพสิทธิมนุยชนยิ่งห่างไกลออกไปอีกด้วย