BIOSCOPE

“อุปสรรคของวงการหนังไทยผมว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องของการคิดนอกกรอบไม่เป็น แต่ด้วยกฎหมายภาพยนตร์ที่ยิ่งร่างออกมาก็ยิ่งควบคุม ยิ่งกดดัน เรียกว่ากดขี่วงการเลยก็ได้ อุตสาหกรรมหนังบ้านเราจึงไม่สามารถพัฒนาพลังสร้างสรรค์ให้เติบโตเบิกบานได้”

แหล่งข้อมูล : ภาพและบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 87 เดือนกุมภาพันธ์ 2552

“ผมใช้ชีวิตในต่างประเทศมา 26 ปี และค่อนข้างใช้เวลาอยู่กับหนังสือหรือวรรณกรรมของต่างประเทศ ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่น่าหยิบมาทำเป็นหนังไทยได้ แต่ผมไม่ได้แนะนำให้เอางานประพันธ์ของต่างชาติมาถอดให้เป็นบทหนังนะ แต่อยากให้มีการนำมาดัดแปลงมากกว่า อย่างเช่น บทละครของเชคสเปียร์ก็สามารถนำมาตีความเป็นนัยยะของทยได้ อย่าง Romeo and Juliet ต่างประเทศเขาก็สร้างเป็นหนังหลายเวอร์ชั่น ผมเห็นตั้งแต่ที่เป็นแบบเวนิชศตวรรษที่ 15 จนถึงเวอร์ชั่นร่วมสมัยที่มีฉากสลัมในนิวยอร์ค หรือเรื่อง King Lear อากิระ คุโรซาวา ก็นำไปดัดแปลงเป็น Ran(1985) ซึ่งเป็นหนังญี่ปุ่นที่อลังการเรื่องหนึ่ง”

“Macbeth เป็นวรรณกรรมอีกเรื่องของเชคสเปียร์ที่ผมชอบที่สุดเพราะมันเกี่ยวกับอำนาจของรัฐแล้วยังโยงไปถึงเรื่องจิตวิทยาของการคลั่งอำนาจจนนำมาซึ่งหายนะ มันสะท้อนให้เห็นจุดจบของผู้ที่บ้าคลั่งในอำนาจ ถ้าทำเป็นหนังไทยได้ผมว่าน่าสนใจมากในสายตาผม…”

“ผมว่าสังคมไทย ประวัติศาสตร์ไทย วัฒนธรรมการเมือง หรือความสัมพันธ์กับต่างประเทศของไทยล้วนมีความหลากหลาย มีเรื่องราวที่สามารถนำมาทำเป็นหนังได้เยอะแยะ แต่ประเด็นสำคัญคือ เมื่อคนทำหนังพบประเด็นที่น่าสนใจกลับแตะต้องมันไม่ได้ อย่างเรื่องของหน่วยงานราชการ เรื่องของพระสงฆ์ ประวัติศาสตร์การเมือง หรือแม้กระทั่งแพทย์ก็ยังไม่สามารถระบุพฤติกรรมให้ดื่มเหล้าได้…”

“อุปสรรคของวงการหนังไทยผมว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องของการคิดนอกกรอบไม่เป็น แต่ด้วยกฎหมายภาพยนตร์ที่ยิ่งร่างออกมาก็ยิ่งควบคุม ยิ่งกดดัน เรียกว่ากดขี่วงการเลยก็ได้ อุตสาหกรรมหนังบ้านเราจึงไม่สามารถพัฒนาพลังสร้างสรรค์ให้เติบโตเบิกบานได้”